สนามข่าว 7 สี – ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก บาส สมรักษ์ ส่วนรุ่นน้องที่ชวนกันไปดื่ม และไปส่งที่โรงแรมถูกแจ้งข้อหาด้วย ด้าน บาส สมรักษ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ยกมือไหว้ขอโทษ บอกมันเป็นความผิดพลาด ย้ำด้วยว่าไม่รู้จริง ๆ ว่าน้องเขาอายุ 17 ปี ส่วนผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลกับสหวิชาชีพ มีอาการเครียดและร้องไห้ขณะให้ข้อมูล

บาส สมรักษ์ อ่วมเจอ 4 ข้อหาหนัก
ก่อนอื่นเราไปดู 4 ข้อหาที่ บาส สมรักษ์ ถูกเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหากันก่อน เรียกได้ว่าเป็นข้อหนักเลยทีเดียว ประกอบด้วยข้อหาร่วมกันพรากผู้เยาว์ เด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง, ร่วมกันพาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร, กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย และพยายามข่มขืนผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย

และไม่ใช่แค่ บาส สมรักษ์ เท่านั้นที่ถูกแจ้งข้อหา รุ่นน้องที่ซ้อน 3 รถจักรยานยนต์ ก็ถูกแจ้งด้วย 2 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันพรากผู้เยาว์ และร่วมกันพาบุคคลอื่นไปทำอนาจาร

ตำรวจบอกว่า วันเกิดเหตุชัดเจนว่าเป็นคนพา บาส สมรักษ์ และน้องอายุ 17 ปี ไปส่งโรงแรม

หลังจากตำรวจให้ข้อมูลสื่อว่า ได้แจ้ง 4 ข้อหาหนัก บาส สมรักษ์ พอทราบข่าวก็เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาทันที เข้าไปพบพนักงานสอบสวนราว 10 นาที ก่อนจะออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนสั้น ๆ ว่า กราบขอโทษพี่น้องชาวไทย เเละชาวจังหวัดขอนแก่นที่ทำเรื่องเดือดร้อนขึ้นมา มันเป็นความผิดพลาด กับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าน้องเขาอายุ 17

ถ้าเกิดว่าผมทราบ เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น เเต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ส่วนตัวก็ต้องตั้งสติ หาทางแก้ไข แล้วก็ขอโทษครอบครัวผมด้วย ขอโทษครอบครัวน้องผู้เสียหายด้วย แล้วเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ก็ตั้งสติ ผมเข้าใจในความรู้สึกของทุกคน ไม่มีใครอยากให้เกิด ตนจะพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ บาส สมรักษ์ ได้รีบเดินขึ้นรถออกไปทันที แต่นักข่าวก็อยากรู้ว่า 4 ข้อหาที่ถูกแจ้งจะทำอย่างไร บาส สมรักษ์ บอกว่า ตนเองขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้ให้ถึงที่สุด พร้อมย้ำว่าตนเองไม่ได้เครียด ไม่ได้กังวลกับ 4 ข้อหาที่โดน

ซึ่งเมื่อวานนี้ ขณะที่เขามารับทราบข้อกล่าวหา ก็มีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางมาเก็บ DNA ของเขาด้วย เพื่อที่จะนำไปเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงผลการตรวจร่างกายของน้องอายุ 17 ปีด้วย

ส่วนเพื่อนรุ่นน้องคนที่ขับรถพา บาส สมรักษ์ กับน้องอายุ 17 ปี ไปส่งโรมแรม ยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา วันนี้ตำรวจจะมีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่เบื้องต้นเจ้าตัวให้สัมภาษณ์สื่อย้ำว่า วันเกิดเหตุ 10 ธันวามคม ไม่ได้มีการล่อลวง บังคับ ไม่ได้วางแผน และไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ มารู้ทีหลังแล้ว วันนั้นน้องเขาเข้ามาขอถ่ายรูป พอเพื่อนน้องจะกลับ น้องก็ไม่กลับ จะอยู่ต่อ จะขอดื่มด้วยกันที่โต๊ะ

เพื่อนน้องอายุ 17 ปี เปิดใจถูกชักสีหน้าใส่
ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มเพื่อนของน้องอายุ 17 ปี ที่วันนั้นไปสถานบันเทิงด้วยกัน ได้มีการไลฟ์เปิดใจ หลังทัวร์ลง ด่าทอว่าทอดทิ้งเพื่อน ไม่ช่วยเพื่อน ไม่รักเพื่อน

โดยพวกเขาชี้แจงว่า วันที่ไปดื่มกันเพิ่งรู้จักน้องอายุ 17 ปี วันแรกเลย เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที แล้วพวกเขาไม่ได้เป็นคนชวนมาเที่ยวด้วย แล้วพวกเขาก็ไม่รู้ว่าน้องอายุ 17 ปี ไปอยู่ที่โต๊ะ บาส สมรักษ์ ได้อย่างไร เพราะตอนนั้นชวนกันไปเข้าห้องน้ำ น้องเขาไม่ไป กลับมาอีกที อยู่อีกโต๊ะแล้ว พอไปชวนกลับมาที่โต๊ะ ก็ไม่ยอมกลับ ไม่ยอมตอบอะไรด้วย จนร้านปิดก็พากันไปยืนอยู่หน้าร้าน ก็เข้าไปถามอีกว่าจะไปกับเขาจริง ๆ เหรอ ซึ่งตอนนั้นเพื่อนผู้ชายที่มาด้วย ก็อาสาจะพาไปส่งที่ห้องพัก แต่น้องอายุ 17 ปี กลับชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะซ้อน 3 ไปกับ บาส สมรักษ์ หลังจากนั้นมาทราบว่าน้องอายุ 17 ปี ได้ไปแจ้งความ ซึ่งพวกตนก็งงกันหมด ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร หรือเกิดอะไรขึ้น

ส่วนสาเหตุที่ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก บาส สมรักษ์ เพราะเมื่อวานน้องอายุ 17 ปี ผู้เสียหาย พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับสหวิชาชีพ โดยมีการสอบนานกว่า 4 ชั่วโมง ที่สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งขณะที่ให้ข้อมูล เธอมีความเครียดอย่างเห็นได้ชัด และร้องไห้บางช่วงบางตอนที่ให้ข้อมูลด้วย โดยมีข้อมูลว่าเธอไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น คิดว่า บาส สมรักษ์ จะพาไปส่งโรงแรมเดียวกับเพื่อน ๆ ส่วนที่ไม่กล้าขัดขืน เพราะว่ากลัว เนื่องจาก บาส สมรักษ์ เป็นนักมวย

อีกความเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้ แม่ของน้องอายุ 17 ปี ได้ยืนยันกับสื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแบล็กเมล์ และที่ผ่านมาก็มีคนพยายามมาติดต่อขอเคลียร์ ขอเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งครอบครัวยืนยันว่าจะไม่ยอมเจรจาใด ๆ จะเอาผิดให้ถึงที่สุด

ต้องตามกันต่ออีกยาว ๆ เพราะข้อมูลของแต่ละฝั่งดูท่าจะย้อนแย้งกันพอสมควร ทั้งฝั่งของ บาส สมรักษ์, น้องอายุ 17 ปี ผู้เสียหาย แล้วไหนจะกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันในวันนั้นอีก เรียกได้ว่าหนังแทบจะคนละม้วน อดใจรอกันหน่อย เพราะไม่ว่าหนังจะม้วนไหน เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงและตอบข้อสงสัยให้กับสังคม

กดติดตามช่อง CH7HD News ได้ที่ : https://cutt.ly/YTch7hdnews
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://news.ch7.com

#สนามข่าว7สี #ข่าวช่อง7 #CH7HDNEWS

ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *